วันศุกร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ซอฟท์แวร์ประยุกต์

     ซอฟท์แวร์ประยุกต์ (application software) หมายถึง โปรแกรมที่ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานเฉพาะอย่างตามความตองการของผู้ใช้ ซอฟท์แวร์ประยุกต์ที่ได้รับความนิยม เช่น โปรแกรมประมวลผลคำ โปรแกรมการคำนวณ โปรแกรมจัดการฐานข้อมูล โปรแกรมค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต เป็นต้น ซึ่งซอฟท์แวร์ประยุกต์สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ ซอฟท์แวร์ประยุกต์เฉพาะงาน และซอฟท์แวร์ประยุกต์ทั่วไป
ซอฟท์แวร์ประยุกต์เฉพาะงาน 
เป็นซอฟท์แวร์ที่พัฒนาเพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับงานขององค์กรใดองค์กรหนึ่งโดยเฉพาะ ออกแบบและสร้างขึ้นโดยผู้ผลิตซอฟท์แวร์ที่มีความชำนาญในด้านนั้นๆ หรือพัฒนาโดยบุคลากรฝ่ายคอมพิวเตอร์ขององค์กรก็ได้ โดยผ่านการวิเคราะห์ ออกแบบ ลงมือสร้าง และทดสอบโปรแกรมให้ามารถทำงานได้ถูกต้องก่อนจึงจะสามารถนำมาใช้งานได้ เช่น โปรแกรมคำนวณภาษีขอองกรมศุลากร โปรแกรมฝากถอนเงินของธนาคาร โปรแกรมระบบสินค้าของห้ามสรรพสินค้า เป็นต้น 
ซอฟท์แวร์ประยุกต์ทั่วไป

   ซอฟท์แวร์ประยุกต์ทั่วไป (general purpose software) เป็นซอฟท์แวร์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อนำไปประยุกต์ใช้งานให้เหมาะสมกับลักษณะงานของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ เช่น การจัดพิมพ์รายงาน การนำเสนองาน การจัดทำบัญชี การตกแต่งภาพ การออกแบบเว็บไซด์ เป็นต้น ซอฟท์แวร์ประยุกต์ทั่วไปแบ่งออกเป็น 6 ประเภท ดังนี้
1) ซอฟท์แวร์จัดการฐานข้อมูล (database management software) คอมพิวเตอร์สามารถใช้เก็บข้อมูลและจัดการกับข้อมูลที่จัดเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งการเก็บรวบรวมข้อมูลที่สัมพันธ์กันไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ เรียกว่า ฐานข้อมูล (database) ซอฟท์แวร์จัดการฐานข้อมูลเป็นโปรแกรมที่ทำหน้าที่สร้างฐานข้อมูลและจัดการกับข้อมูลให้เป็นระบบ เพื่อให้ง่ายต่อการจัดการข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการเรียกค้นข้อมูล การปรับปรุงข้อมูล การเพิ่มข้อมูล และการลบข้อมูล ซอฟท์แวร์จัดการฐานข้อมูลที่นิยมใช้ เช่น Dbase, Paradox, Foxbase Microsoft Access เป็นต้น
2) ซอฟต์แวร์ประมวลผลคำ (word processing software) เป็นซอฟต์แวร์ประยุกต์ใช้ในการสร้าง แก้ไข เพิ่ม แทรก ลบ และจัดรูปแบบเอกสาร ทำให้เอกสารมีรูปแบบที่สวยงาม น่าสนใจ ซึ่งเอกสารที่ผู้ใช้พิมพ์ไว้จะถูกจัดเป็นแฟ้มข้อมูล (file) สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้และสั่งพิมพ์ได้ด้วย ซอฟต์แวร์ประมวลผลคำที่นิยมใช้ เช่น Microsoft Office Word, Adobe PagMaker, CorelDraw, WordPerfect, OpenOffice, Pladao Office เป็นต้น
3) ซอฟต์แวร์ทำการคำนวณ (calculation software) เป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการคิดคำนวณ การทำงานของซอฟต์แวร์ใช้หลักการเสมือนโต๊ะทำงานที่มีกระดาษขนาดใหญ่วางไว้ มีเครื่องมือคล้ายปากกา ยางลบ และเครื่องคำนวณเตรียมไว้ให้เสร็จ บนกระดาษมีช่องให้ใส่ตัวเลข ข้อความหรือสูตรหรือเงื่อนไขที่กำหนด นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถสร้างกราฟเพื่อนำเสนอได้อย่างง่ายดาย ซอฟต์แวร์ที่นิยมใช้ เช่น Microsoft Office Excel, OpenOffice Calc ในโปรแกรมชุด Point Office เป็นต้น
4) ซอฟต์แวร์นำเสนอข้อมูล (presentation software) เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการนำเสนอข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์ สร้างเอกสารที่ประกอบด้วยตัวอักษร รูปภาพ แผนผัง ภาพเคลื่อนไหว นิยมใช้ เช่น Microsoft Office PowerPoint, OpenOffice Impress, Pladao Office เป็นต้น
5) ซอฟต์แวร์ทางด้านกราฟิกและมัลติเดีย (graphics and multimedia) เป็นโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยทำงานด้านกราฟิกและมัลติมีเดีย เช่น ตกแต่งภาพ วาดรูป ปรับเสียง ตัดต่อภาพเคลื่อนไหว สร้างสรรค์งานสิ่งพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือนิตยสาร หนังสือพิมพ์ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ  รวมถึงการสร้างและออกแบบพัฒนาเว็บไซต์ ให้มีรูปแบบสวยงาม ทันสมัย เหมาะสมกับสื่อแต่ละประเภท เป็นโปรแกรมที่ง่ายต่อการศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง มีลูกเล่นหลากหลาย สามารถสั่งตามความต้องการได้ง่าย ซึ่งถือเป็นโปรแกรมหนึ่งที่มีประโยชน์ต่อผู้ใช้งานทุกระดับ
6) ซอฟต์แวร์การใช้งานบนเว็บไซต์และการติดต่อสื่อสาร (web site and communication software) เป็นโปรแกรมที่พัฒนาเพื่อการติดต่อสื่อสารเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งการเติบโตของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทำให้ผู้พัฒนาโปรแกรมเพื่อใช้งานเฉพาะอย่างมากเพิ่มขึ้น เช่น โปรแกรมสำหรับการตรวจสอบอีเมล การท่องเว็บไซต์ การจัดการและดูแลเว็บไซต์การส่งข้อความ รวมถึงการประชุมทางไกลผ่านเครือข่าย เป็นต้น

วันอาทิตย์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ซอฟท์แวร์ระบบ

ซอฟต์แวร์ระบบ
ซอฟต์แวร์ระบบ (system softwaare) หมายถึง โปรแกรมที่ทำหน้าที่จัดการกับระบบคอมพิวเตอร์กล่าวคือเป็นโปรแกรมควบคุมและประสานการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆของคอมพิวเตอร์ รวมทั้งดำเนินงานพื้นฐานของระบบคอมพิวเตอร์ เช่น สั่งให้รับข้อมูลจากแป้นพิมพ์ สั่งให้ซีพียูคำนวณผล สั่งให้แสดงผลทางลำโพง เป็นต้น ซอฟต์แวร์ระบบสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ระบบปฏิบัติการและโปรแกรมอรรถประโยชน์ โดยกล่าวถึงรายละเอียดดังต่อไปนี้ 
                                      2.1 ระบบปฏิบัติการ 
ระบบปฏิบัติการ (operating system) หรือเรียกว่า โอเอส (OS) เป็นซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่ควบคุมและประสานการทำงานระหว่างอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ได้แก่ หน่วยรับเข้า หน่วยประมวลผลกลาง หน่วยความจำหลัก หน่วยความจำรอง และหน่วยส่งออก นอกจากนี้ยังเป็นตัวกลางเชื่อมโยงและสนับสนุนคำสั่งในการทำงานระหว่างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ประยุกต์ด้วย บางครั้งระบบปฏิบัติการนิยม เรียกว่า แพลตฟอร์ม (platform)
1) รูปแบบการติดต่อกับผู้ใช้งาน ระบบปฏิบัติรูปแบบการมีรูปแบบการติดต่อกับผู้ใช้งาน 2 แบบ ดังนี้ 
1.1) แบบบรรทัดคำสั่ง (command - line interface) รูปแบบการติดต่อกับผู้ใช้ยุคแรกๆโดยผุ้ใช้ต้องพิมพ์คำสั่เพื่อให้ปฏิบัติการทำอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อควบคุมคอมพิวเตอร์ ทำให้ไม่สะดวกต่อการใช้งาน การติดต่อกับผู้ใช้แบบบรรทัดคำสั่งจึงได้รับความนิยมลดลง แต่รูปแบบการติดต่อแบบบรรทัดคำสั่งยังมีความจำยังมีความจำเป็นกับเครื่องคอมพิวเตอร์ เนื่องจากคำสั่งสามารถช่วยแก้ปัญหาต่างๆได้ เช่น การบันทึกไฟล์ข้อมูล การซ่อมแซมไฟล์ที่เสียหาย เป็นต้น 
1.2) แบบกราฟิก (graphic user interface : GUI) เป็นรูปแบบการติดต่อกับผู้ใช้งานโดยการใช้รูปภาพเล็กๆ เป็นสัญลักษณ์แทนไฟล์อื่นๆใช้เมาส์คลิกเลือกที่รูปภาพนั้น เพื่อเปิดไฟล์หรือโปรแกรมต่างๆ ทำใฟ้ใช้งานได้สะดวกและมีสีสันที่สวยงาม ซึ่งเป็นรูปแบบการติดต่อที่ได้รับความนิยมสูง
2) ประเภทของระบบปฏิบัติการ ระบบปฏิบัติการสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้ 
2.1) ระบบปฏิบัติการแบบเดี่ยว (stand - alone operating system) เป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้เครื่องกับเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือโน๊ตบุ้คคอมพิวเตอร์ สามารถรองรับผู้ใช้งานรองรับผู้ใช้งานเพียงคนนเดียว กล่าวคือเป็นระบบปฏิบัติการดอสรุ่นแรกเกิดจากความร่วมมือกันระหว่างบริษัทไอบีเอ็มและบริษัทไมโครซอฟท์เพื่อพัฒนาระบบปฏิบัติการใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลของบริษัทไอบีเอ็มและใช้ชื่อระบบปฏิบัติการว่า PC-DOS ต่อมาบริษัทไมโครซอฟท์ได้พัฒนาระบบปฏิบัติการดอสขแงตนเองขึ้นมาโดยใช้ชื่อว่า MS-DOS สำหรับใช้กับบริษัทผู้ผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เลียนแบบการทำงานของคอมพิวเตตอร์ส่วนบุคคลของบริษัทไอบีเอ็ม
2.2) ระบบปฏิบัติการแบบเครือข่าย (network operating system) เป็นระบบปฏิบัติการที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อจัดการงานด้านการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์ และช่วยให้คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออยู่ในเครือข่ายสามารถใช้อุปกรณ์ต่างๆร่วมกันได้ เช่น ฮาร์ดดิสก์ เครื่องพิมพ์ เครื่องสแกนเนอร์ เป็นต้น สามารถรองรับผู้ใช้งานได้หลายคน รวมทั้งมีระบบป้องกันการสูญหายของข้อมูล ใช้หลักการประมวลผลแบบไคลแอนด์เซิร์ฟเวอร์ (client server system) กล่าวคือ เครื่องแม่ข่าย (server) สามารถให้บริการแก่เครื่องแม่ข่าย (client) ได้หลายเครื่องในเวลเดียวกันหากเครื่องลูกข่ายเรียกใช้ข้อมูลจากเครื่องแม่ข่าย ส่วนประกอบของระบบปฏิบัติการเครือข่ายสำหรับการเรียกใช้ข้อมูลและการจัดการโปรแกรมจะทำงานอยู่บนเครื่องแม่ข่าย ได้แก่ การประมวลผลและการติดต่อกับผู้ใช้ ตัวอย่างระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์แบบเครือข่าย 
2.3) ระบบปฏิบัติการแบบฝัง (Embedded Opereting System) เป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา ได้แก่ พีดีเอ ปาล์ม โทรศัพท์มือถือ ซึ่งระบบปฏิบัติการจะถูกเก็บไว้ในรอม (ROM) ของเครื่อง ใช้หน่วยความจำน้อย สามารถป้อนข้อมูลโดยใช้สไตลัส(stylelus) เป็นแท่งพลาสติกใช้เขียนตัวอักษรลงบนจอภาพได้ ดังนั้น ระบบปฏิบัติการแบบฝังจึงต้องมีสมบัติวิเคราะห์ลายมือเขียน (hand writing recognition) และทำการแปลงตัวอักษรเข้าสู่ระบบได้อย่างถูกต้อง

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์

  ซอฟต์แวร์ (software) หมายถึง ชุดคำสั่งที่เขียนขึ้นด้วยภาษาของคอมพิวเตอร์ ใช้สั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานตามความต้องการของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ และควบคุมการทำงานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่างๆ กล่าวได้ว่า ซอฟต์แวร์เป็นตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างผู้ใช้คอมพิวเตอร์เชื่อมโยงระหว่างผู้ใช้คอมพิวเตอร์กับเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งซอฟต์แวร์เป็นสิ่งที่ผู้ใช้มองไม่เห็นและสัมผัสไม่ได้ แต่สามารถรับรู้การทำงานได้ ต่างจากฮาร์ดแวร์ (hardware) ที่สามารถมองเห็นและสัมผัสได้ เรียกว่า โปรแกรม เช่น โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด (Microsoft Word) โปรแกรมอินเทอร์เน็ต (Internet Explorer) เป็นต้น ซอฟต์แวร์สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ ซอฟต์แวร์ระบบและซอฟต์แวร์ประยุกต์